"ครูพลศึกษา" สร้างสนามฟุตบอลชายหาดเพื่อชุมชน

ยุคนี้คงไม่มีใครอยากจะเป็นหนี้ แต่ว่ามีครูพลศึกษาคนหนึ่ง ยอมลงทุนกู้เงินเพื่อนำมาสร้างสนามฟุตบอลชายหาดเพื่อเด็ก ๆ ในชุมชน

หากคุณมีเงิน 50,000 บาท จะเอาไปทำอะไร คำตอบของหลายคนน่าจะแตกต่างกันออกไป แต่กับ “อ.พีท” เดชาธร ดอกตะเคียน ครูพลศึกษาของโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง เขาเลือกเอาเงิน 50,000 บาท ที่ได้จากการกู้มาจากสหกรณ์ของโรงเรียน มาสร้างสนามฟุตบอลชายหาด ภายในซอยประชาร่วมใจ 14 ย่านมีนบุรี สนามแห่งนี้นอกจากจะใช้เป็นสาธารณะประโยชน์ภายในชุมชนแล้ว ยังเป็นสถานที่ฝึกซ้อมชองทีมฟุตบอลชายหาดประตูน้ำ บีเอสบี 

 

"ครูพลศึกษา" สร้างสนามฟุตบอลชายหาดเพื่อชุมชน

โดยทีมนี้ “อ.พีท” คุมทีมมาตั้งแต่ปี 2017 พร้อมกับได้ผลักดันเยาวชนภายในชุมชนแห่งนี้ขึ้นมาร่วมทีมแล้วหลายคน และยังถือเป็นทีมที่สองในลีกที่มีสนามฝึกซ้อมเป็นของตัวเอง

“ต้องบอกว่าสนามแห่งนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือของทุกคนในชุมชน รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กๆ ที่เขาเห็นว่าเราทำจริงจัง เพราะอยากให้เด็กๆ ได้มีพื้นที่ในการฝึกซ้อม ทุกคนก็เลยมาช่วยกัน บางคนถือทรายถุงเล็กๆ นำมาเทลงในสนาม หรือเด็กบางคนก็ขนทรายใส่เสื้อของตัวเอง แล้วอุ้มเอามาเทลงที่สนาม บางคนก็มาช่วยกันเกลี่ยทรายให้เรียบ ซึ่งเงินที่กู้มา 50,000 บาท เอาจริงๆ  ทำสนามได้แค่ 30-40% เท่านั้น เพราะยอดรวมเบ็ดเสร็จ ณ ตอนนี้หมดไปแล้วประมาณ 120,000 บาท ซึ่งแม้จะยังไม่เสร็จเรียบร้อย แต่ก็เพียงพอจะใช้ให้เด็กๆ ได้มาฝึกซ้อม”

สนามแห่งนี้นอกจากจะเปิดเป็นสาธารณะประโยชน์ให้กับเด็กๆ และคนในชุมชนได้มาออกกำลังกาย “อ.พีท” ยังใช้สำหรับให้ทีมฟุตบอลชายหาด ประตูน้ำ บีเอสบี ที่ตัวเขาและเพื่อนสนิทอย่าง สมานพันธ์ ดีมงคล อดีตนักฟุตบอลชายหาด ทีมชาติไทย ร่วมกันทำมาตั้งแต่ปี 2017 ได้ใช้เป็นสถานที่สำหรับลงฝึกซ้อมอีกด้วย และแม้ทีมของเขาจะไม่เคยประสบความสำเร็จถึงขั้นคว้าแชมป์ แต่ก็ได้ผลักดันเด็กๆ จากในชุมชนแห่งนี้ ขึ้นมาแข่งขันในลีกฟุตบอลชายหาดแล้วหลายคนด้วยกัน

“ที่ผ่านมาทีมฟุตบอลชายหาดที่แข่งขันในลีกของไทย จะซ้อมที่เดียวกันคือต้องจองสนามที่ กกท.ผลัดกันลงซ้อมทีมละวัน ซึ่งมี 7 ทีมก็ผลัดกันทีมละวัน แต่ตอนนี้เรามีสนามฝึกซ้อมเป็นของตัวเองแล้ว ทำให้สามารถฝึกซ้อมได้ทุกวัน ทีมนี้ก่อตั้งเมื่อปี 2017 ผลักดันเด็กๆ เยาวชนขึ้นมาตลอด แม้จะยังไม่เคยประสบความสำเร็จ แต่ก็ภูมิใจที่ได้เป็นเวทีในการสร้างนักฟุตบอลชายหาดรุ่นใหม่ๆ ให้เข้ามาทำความรู้จักกับกีฬาชนิดนี้”

แม้การกู้เงินจะทำให้ตัวเขาเป็นหนี้ แต่ อ.พีท บอกว่านี่คือการเป็นหนี้ที่มาพร้อมความภาคภูมิใจ สนามฟุตบอลชายหาดแห่งนี้ กลายเป็นศูนย์รวมของคนภายในชุมชน เพราะแม้เงิน 50,000 บาทที่กู้มานั้นจะไม่เพียงพอ แต่ก็ได้น้ำใจจากคนในชุมชน พ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กๆ ช่วยกัน จนทำให้สนามฟุตบอลชายหาดแห่งนี้สามารถใช้งานได้

“ผมเป็นแค่ครูพละคนหนึ่ง ที่มีเงินแค่ 50,000 บาท ซึ่งหากเป็นคนอื่นก็อาจจะเอาไปทำอย่างอื่น เพราะเงินจำนวนนี้สามารถซื้อรถมอเตอร์ไซต์ขับได้แล้วคันหนึ่ง แต่ผมเอามาสร้างสนามฟุตบอลชายหาด ทั้งที่รู้ว่ายังไงก็ไม่พอ แต่สิ่งที่ภาคภูมิใจก็คือ การได้เห็นผู้ปกครองของเด็กๆ ที่มาร่วมฝึกซ้อม และคนในชุมชน มาช่วยกันคนละไม่คนละมือ ทั้งที่ตัวผมเองก็ไม่ได้ให้อะไรตอบแทน เพียงแต่เขารู้ว่าสนามแห่งนี้ลูกหลานของพวกเขาจะได้ใช้ นอกจากนี้สนามแห่งนี้ไม่ได้ใช้ประโยชน์แค่กีฬา เพราะผู้สูงอายุที่เจ็บป่วย ต้องการเดินในลานทรายกว้างๆ ก็สามารถมาใช้สถานที่แห่งนี้ได้เช่นกัน ซึ่งนี่คือความภาคภูมิใจอย่างมาก เพราะแม้เงิน 50,000 บาท จะได้มาจากการเป็นหนี้ แต่สามารถทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้มากขนาดนี้”   

สำหรับใครที่สนใจอยากมาออกกำลังกายที่สนามฟุตบอลชายหาดแห่งนี้ สามารถมาได้ทุกวัน ที่ซอยประชาร่วมใจ 14 แต่หากใครอยากได้รับการฝึกสอนการเล่นฟุตบอลชายหาดแบบจริงจัง สามารถมาได้ในวันพฤหัสบดี และวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00-18.00 น.

Comment