“ธิโบต์ กูร์ตัวส์” : จากคนทรยศที่ไม่ได้รับความเคารพ สู่ฮีโร่แชมป์ยุโรปของ เรอัล มาดริด

ซีซั่น 2021-22 ถือเป็นฤดูกาลของ เรอัล มาดริด อย่างแท้จริง กับการคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ควบด้วยแชมป์ลา ลีกา เป็นดับเบิลแชมป์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฟุตบอลยุโรปฤดูกาลนี้

แต่ความสำเร็จครั้งนี้ของเรอัล มาดริด อาจไม่เกิดขึ้น หากไม่มี ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ผู้รักษาประตูชาวเบลเยียมที่เซฟกระจาย ช่วยชีวิตทีมมามากมาย โดยเฉพาะ 9 เซฟที่ป้องกันประตูเหนือแข้งลิเวอร์พูลจนคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครองได้ในที่สุด 

ทั้งที่ย้อนไปหลายปีก่อน กูร์ตัวส์ถูกมองข้ามมาตลอด และไม่ได้รับความเคารพจากวงการลูกหนังจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมบางอย่างของเขา แต่เป็นเจ้าตัวที่ยังแข็งแกร่งจนเปลี่ยนความกดดันให้กลายเป็นความสำเร็จได้ในที่สุด

คนทรยศแห่งสแตมฟอร์ด บริดจ์ 

ธิโบต์ กูร์ตัวส์ คือมือกาวอนาคตไกลที่หลายคนเห็นแววตั้งแต่เขายังอายุน้อย เนื่องจากด้วยวัยเพียง 19 ปีก็สามารถคว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของการแข่งขันในลีกสูงสุดประเทศเบลเยียมบ้านเกิดมาครองได้สำเร็จ

1ด้วยความสำเร็จที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เชลซี ทีมดังของประเทศอังกฤษ จึงจ่ายเงิน 9 ล้านยูโร เพื่อซื้อมือกาวรายนี้มาเป็นอนาคตระยะยาวของสโมสร พร้อมกับปล่อยให้ แอตเลติโก มาดริด ยืมตัวในทันที

กูร์ตัวส์สร้างชื่ออย่างรวดเร็วกับชีวิตที่มาดริด ผลงานของเขาดีวันดีคืน แม้จะต้องเล่นอยู่กับแอตฯ มาดริด นานถึง 3 ปี โดยไม่มีทีท่าว่าจะได้กลับเชลซี แต่กูร์ตัวส์ก็ทุ่มเทสุดกำลังจนถึงขั้นพาทัพตราหมีคว้าแชมป์ลา ลีกา มาครองได้เป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี ในฤดูกาล 2013-14

ความสำเร็จและฝีมือในการป้องกันประตูที่มีแต่ขาขึ้น ทำให้เกิดคำถามสำคัญกับกูร์ตัวส์ นั่นคือเขาจะเล่นที่ไหนเป็นการถาวร? เพราะแอตฯ มาดริด ก็อยากซื้อขาดตัวเขามาร่วมทีม แฟนๆที่สเปนก็รักเขามาก

แต่ขณะเดียวกัน ด้วยดีกรีแชมป์ลีกสเปนบวกกับการผ่านประสบการณ์เล่นรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาแล้ว กับแอตเลติโกฯ ก็ทำให้เชลซีไม่อยากปล่อยมือกาวรายนี้ให้หลุดมือไป 

สุดท้ายเชลซีตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการดึงเขากลับมาเล่นในฤดูกาล 2014-15 พร้อมกับเลือกดร็อป ปีเตอร์ เช็ก ผู้รักษาประตูคนสำคัญที่อยู่คู่กับยุคทองของเชลซีมานับ 10 ปีให้เป็นแค่ตัวสำรอง เปิดทางให้กูร์ตัวส์ได้ลงเล่นในฐานะมือกาวตัวจริง พร้อมกับมอบสัญญายาวฉบับใหม่ที่รับประกันอนาคตให้กูร์ตัวส์อีก 5 ปี

“อนาคตของผมอยู่ในความไม่แน่นอนมาตลอด แต่ผมรู้สึกดีมากที่รู้ว่าจะได้เล่นที่นี่ไปอีกอย่างน้อย 5 ปี” มือกาววัย 22 ปีในเวลานั้นกล่าว 

ทั้งด้วยฝีมือ ประสบการณ์ และอายุ เชลซีเลือกลงทุนหมดหน้าตักกับกูร์ตัวส์ในฐานะผู้นำเกมรับยุคใหม่ของเชลซี ซึ่งตอนแรกคือการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างมากของทีมสิงห์บลูส์ หลังจากมือกาวชาวเบลเยียมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 ครั้งจาก 4 ฤดูกาลที่กูร์ตัวส์เฝ้าเสา พร้อมได้รางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกอีกหนึ่งสมัย ในฤดูกาล 2016-17 

2อย่างไรก็ตาม เชลซีต้องเจอกับสิ่งที่พวกเขาไม่คาดฝัน เมื่อกูร์ตัวส์ที่เหลือสัญญาแค่ปีเดียวกลับแสดงความต้องการอยากย้ายออกจากทีมไปอยู่กับ เรอัล มาดริด สโมสรดังของสเปน พร้อมกับตัดสินใจไม่ร่วมฝึกซ้อมกับเชลซีในช่วงพรีซีซั่นของฤดูกาล 2018-19 เพื่อบีบให้เชลซียอมขายตัวเขาออกไป 

ด้วยสัญญาที่เหลือแค่ปีเดียวบวกกับพฤติกรรมที่ไม่เป็นมืออาชีพของกูร์ตัวส์ ทำให้เชลซีเลือกขายกูร์ตัวส์ให้เรอัล มาดริด ด้วยราคาเพียง 38.5 ล้านยูโร ปิดช่วงเวลาของมือกาวรายนี้ในฐานะมือหนึ่งของเชลซีเพียงแค่ 4 ปีเท่านั้น

การย้ายทีมในครั้งนั้นส่งผลร้ายกับชื่อเสียงของกูร์ตัวส์อย่างมาก เพราะเขาแสดงถึงความไม่เป็นมืออาชีพในฐานะนักฟุตบอลออกมา ทั้งการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่ออย่างตรงไปตรงมาถึงความต้องการย้ายทีมโดยไม่ให้ความเคารพกับต้นสังกัดปัจจุบัน และที่สำคัญคือการไม่ยอมร่วมซ้อมกับทีมเชลซี

ความไม่เป็นมืออาชีพเพื่อต้องการย้ายทีมของกูร์ตัวส์ลบล้างความสามารถในการเฝ้าเสาตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเขาไป จนทำให้เขาไม่ได้รับการยอมรับจากสื่อและแฟนบอลอังกฤษ โดยไม่ได้ถูกมองเป็นมือกาวระดับสูงนอกจากเป็นแค่คนทรยศของเชลซีเท่านั้น

เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่

การแสดงความไม่มืออาชีพไม่ได้ส่งผลดีกับใคร เรื่องเสียๆที่กูร์ตัวส์สร้างขึ้นกลายเป็นผลร้ายกลับมาหาเขา เพราะมีทั้งสื่อและแฟนบอลจำนวนมากจับตาผลงานของมือกาวรายนี้กับทีมใหม่แบบตาไม่กะพริบ และพร้อมจะลงโทษทันทีหากกูร์ตัวส์ทำผลงานไม่ดี

3โชคร้ายที่ความกดดันมหาศาลดูมีผลสำคัญกับกูร์ตัวส์ ผลงานของเขาในปีแรกกับเรอัล มาดริด ไม่ดีในแบบที่ควรจะเป็น เขาพาเรอัล มาดริด จบได้แค่อันดับ 3 บนตารางลา ลีกา รวมถึงเก็บได้เพียง 10 คลีนชีตหรือไม่เสียประตูแค่ 10 นัดในฤดูกาลนั้น 

กูร์ตัวส์จึงถูกโจมตีอย่างหนักว่าเขาไม่ดีพอสำหรับเรอัล มาดริด โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบนายทวารมือหนึ่งคนเก่าอย่าง เคย์เลอร์ นาบาส ที่กวาดแชมป์มากมายร่วมกับทีมราชันชุดขาว ยิ่งทำให้กูร์ตัวส์โดนแรงกระแทกหนักกว่าเดิมว่าเขาดีพอจริงหรือเปล่ากับการเป็นมือหนึ่งให้เรอัล มาดริด ก่อนนาบาสจะต้องหลีกทางไปเป็นมือสองแทน

ยิ่งประกอบกับหลังจากจบฤดูกาล 2018-19 นาบาสต้องย้ายออกจากมาดริด เพื่อเปิดทางกูร์ตัวส์ ยิ่งทำให้มือกาวชาวเบลเยียมได้รับการตอบรับที่ไม่ดีนักจากโลกฟุตบอล เพราะนอกจากผลงานปีแรกจะไม่ค่อยดีแล้วยังทำให้ฮีโร่แชมป์ยุโรป 3 สมัยอย่างนาบาสต้องออกจากเรอัล มาดริด ไปด้วยอีกคน 

กูร์ตัวส์เข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตแบบไม่รู้ตัว จากมือกาวอนาคตไกลสู่ชายที่ไม่ได้รับความเคารพและต้องแบกความกดดันมหาศาล 

อย่างไรก็ตาม กูร์ตัวส์ไม่ได้เอาความกดดันมาทำร้ายตัวเอง แต่แปรเปลี่ยนให้เป็นแรงผลักดันพัฒนาฝีเท้าของเขา ยิ่งประกอบกับสปอตไลท์ในตำแหน่งผู้รักษาประตูของเกมลูกหนังได้หนีออกจากกูร์ตัวส์ไป เนื่องจากมองว่าเขาดีไม่พอจะมาแย่งตำแหน่งมือกาวเบอร์หนึ่งของโลก กลับส่งผลให้กูร์ตัวส์ได้พัฒนาผลงานของตัวเองอยู่ในเงาเบื้องหลัง

กูร์ตัวส์พัฒนาตัวเองในฐานะผู้รักษาประตูทุกปี ทั้งเรื่องของการจ่ายบอลที่ตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด เขามีสถิติการจ่ายบอลที่ดีขึ้นทุกปี ทั้งจำนวนการจ่ายบอลสำเร็จ และเปอร์เซ็นต์ความแม่นยำในการจ่าย 

4ขณะที่ผลงานการเซฟของกูร์ตัวส์ก็ทำได้ดีขึ้น จนทำให้เก็บคลีนชีตได้ถึง 35 เกมในการแข่งขันลา ลีกา ช่วงฤดูกาล 2019-2020 และ 2020-21 ซึ่งถือว่าเก็บคลีนชีตได้มากที่สุดในช่วงเวลาดังกล่าว (เท่ากับ แยน โอบลัค) 

กูร์ตัวส์มีผลงานที่โดดเด่นมาก แต่ในขณะเดียวกันเขากลับไม่ได้รับการยอมรับอย่างที่ควรจะเป็น เพราะหลังจากที่เขาชื่อเสียเมื่อครั้งสมัยออกจากเชลซี โลกฟุตบอลก็ปัดเขาออกจากการเป็นมือกาวระดับท็อป ตามหลัง มานูเอล นอยเออร์, อลีสซง เบ็คเกอร์ หรือ เอแดร์ซอน

“ผมมองว่าเขาคือผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก เขาทำในสิ่งเดียวกับที่ อิเกร์ กาซิยาส, จานลุยจิ บุฟฟ่อน, มานูเอล นอยเออร์ หรือ ปีเตอร์ เช็ก เคยทำได้” คาร์โล อันเชล็อตติ กล่าวถึงมือกาวลูกรักของเขาในถิ่นเรอัล มาดริด

ชายที่อยู่ในจุดสูงสุด

แม้ว่าผลงานของกูร์ตัวส์จะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ต้องยอมรับว่าเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เขาถูกมองข้ามคือผลงานความสำเร็จที่มีร่วมกับเรอัล มาดริด ที่ไม่เยอะเท่าที่ควร

5จากช่วงปี 2018 จนถึงปี 2021 เรอัล มาดริดได้ถ้วยเมเจอร์แค่ ลา ลีกา ในฤดูกาล 2019-20 เพียงถ้วยเดียว จึงทำให้กูร์ตัวส์เหมือนเป็นผู้รักษาประตูที่เหมือนจะไม่ประสบความสำเร็จนัก จึงทำให้ผลงานส่วนตัวของเขาถูกมองข้ามไปด้วย 

ในช่วงต้นปี 2022 ที่ผ่านมา FourFourTwo สื่อกีฬาชื่อดังจัด 10 อันดับผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก ซึ่งไม่มีชื่อของ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ อยู่ในลิสต์ ซึ่งกูร์ตัวส์ให้สัมภาษณ์อย่างหัวเสียว่า “นักข่าวเหล่านั้นไม่เคารพตัวเองด้วยการไม่เลือกผมเข้าสู่ลิสต์”

ถึงจะดูโอ้อวดไปบ้าง แต่ของดีที่อยู่ในตัวของกูร์ตัวส์แค่ต้องรอวันที่ทีมผลงานดีเพื่อฉายแสงเท่านั้น และเมื่อผลงานของทีมราชันชุดขาวในฤดูกาล 2021-22 ทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง ผลงานของกูร์ตัวส์ก็โดดเด่นแบบมองข้ามไม่ได้

ในช่วงปลายปี 2021 กูร์ตัวส์มีผลงานการเซฟ 78 เปอร์เซ็นต์ในลา ลีกา ขณะที่ในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มสูงถึง 88 เปอร์เซ็นต์ มากที่สุดในการแข่งขันรอบนั้น 

ผลงานของกูร์ตัวส์โดดเด่นต่อเนื่องในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เขาเซฟช่วยทีมรอดมาแลวหลายครั้ง ทั้งในการเจอกับเชลซี และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะระเบิดฟอร์มเซฟสุดขีดด้วยการปัดลูกยิงของผู้เล่นลิเวอร์พูลในเกมนัดชิงชนะเลิศถึง 9 ครั้ง มากที่สุดตั้งแต่ที่มีการเก็บสถิติมาในรอบชิงชนะเลิศ ช่วยให้มาดริดเอาชนะทัพหงส์แดง 1-0 คว้าแชมป์ถ้วยยุโรปใบใหญ่มาครองได้ในที่สุด พร้อมกับคว้ารางวัล Man of the Match มาด้วย

6“ผมอยากเป็นผู้ชนะในเกมนัดชิงชนะเลิศเพื่อเกียรติประวัติแก่อาชีพของผม สำหรับการทุ่มเททำงานหนักและให้เกียรติตัวเอง เพราะที่ผ่านมาผมไม่เคยคิดว่าตัวเองได้รับการยอมรับมากพอ โดยเฉพาะที่อังกฤษ”

“ผมได้รับคำวิจารณ์มากมาย แม้แต่ตอนที่ผมมีฤดูกาลที่ดีที่สุดก็ยังโดนบอกว่ายังดีไม่พอหรืออะไรก็ตามแต่ กระนั้น ผมมีความสุขมากและภูมิใจกับผลงานของตัวเองที่ทำให้กับทีม เราผ่านทุกสิ่งมาได้และเมื่อไหร่ที่ต้องการอยู่ตรงนั้น ผมก็พร้อมจะอยู่เพื่อทีมอย่างแน่นอน” กูร์ตัวส์ กล่าวระบายความอัดอั้น หลังจากคว้าแชมป์ฟุตบอลยุโรปใบใหญ่

กูร์ตัวส์ต้องเจอกับคำดูถูกมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เขาย้ายมาอยู่กับเรอัล มาดริด แต่สิ่งที่ทำให้มือกาวรายนี้เดินมาได้ไกลขนาดนี้คือจิตใจที่แข็งแกร่งที่เติบโตด้วยความมั่นใจ เปลี่ยนคำโจมตีให้กลายเป็นพลังที่ทำให้เขาพัฒนาขึ้นทุกปี จนก้าวมาประสบความสำเร็จครั้งสำคัญดังที่ตัวเองต้องการ

“แยน โอบลัค อาจจะเป็นคนที่เก่งที่สุดในการเซฟ, แทร์ สเตเกน อาจจะเก่งที่สุดเรื่องการจ่ายบอล แต่ผมคิดว่าผมมีจิตใจที่แกร่งที่สุด เพราะถ้าคุณเจอในสิ่งที่ผมต้องผ่านมาประมาณปีครึ่งนี้ ถ้าคุณไม่แกร่งพอคุณก็จะไม่รอด” กูร์ตัวส์ กล่าว

7
8ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชีวิตของ ธิโบต์ กูร์ตัวส์ ไม่ง่ายเลย เขาเจอกับความเกลียดชังและมุมมองลบจากแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่มองว่าเขาไม่ใช่มือกาวแถวหน้า แต่ผู้รักษาประตูรายนี้ก็สู้มาตลอดจนทำให้เขาได้รับผลตอบแทนที่ควรได้รับ 

เรื่องราวของกูร์ตัวส์เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักฟุตบอลอาชีพ ที่ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการตั้งใจทำงาน พัฒนาตัวเอง ต่อสู้กับคำวิจารณ์โดยไม่ต้องใช้โลกโซเชียลหรือคีย์บอร์ด สุดท้ายไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการพิสูจน์ด้วยผลงาน 

เพราะไม่ใช่แค่ความยอมรับจะเกิดขึ้น แต่มันยังกลับมาด้วยความสำเร็จสำหรับตัวนักฟุตบอลเองที่คุ้มค่าทุกความพยายามที่ทุ่มเทลงไป

Comment