มูลค่า“แมนยู” ลดฮวบ 5 หมื่นล้าน หลังหุ้นดิ่ง

มูลค่าหุ้นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จมดิ่งกว่า 5 หมื่นล้านบาท หลังราคาหุ้นลดลงต่ำสุดเป็นประวัติกาลจากหลายปัจจัย

 หุ้นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ราคาดิ่งลงต่อเนื่องกว่า 47 เปอร์เซ็นต์ในรอบไม่ถึงปี จนทำให้มูลค่าของ ปีศาจแดง หายไปถึง 1.3 พันล้านปอนด์ หรือกว่า 55,000 ล้านบาท จากการที่ราคาหุ้นลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์   โดยเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว หุ้นของสโมสรเคยพุ่งสูงถึง 20.74 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ราคาในวันปิดตลาดเมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา มูลค่าหุ้นของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีราคาเพียง 11.07 ดอลลาร์สหรัฐ และล่าสุดลดลงต่ำสุดที่ 10.68 ดอลลาร์สหรัฐ

มูลค่า“แมนยู” ลดฮวบ 5 หมื่นล้าน หลังหุ้นดิ่ง

โดยนักวิเคราะห์จากวอลล์สตรีท มองว่าการที่หุ้นของสโมสรดิ่งลงอย่างหลัก มีผลมาจากผลงานในสนามที่ย่ำแย่ จนพลาดไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า รวมถึงสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลก อีกทั้งเรื่องการเปลี่ยนโฉมทีมใหม่ ภายใต้การดูแลของ เอริก เทน ฮาก ทำให้มูลค่าหุ้นของสโมสร ลดลงราว 21 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับตอนที่ตระกูลเกลเซอร์ เข้าเทคโอเวอร์เมื่อปี 2005

นอกจากนี้มูลค่าหุ้นที่ร่วงลงเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ตระกูลเกลเซอร์ ต้องสูญเงินไปแล้วกว่า 1,584 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยว่าหนี้สโมสร เพิ่มสูงขึ้นราว 11.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยตอนนี้มีหนี้อยู่ประมาณ 495.7 ล้านปอนด์ แต่อย่างไรก็ตาม ตระกูลเกลเซอร์ ยังจะได้รับเงินปันผลครั้งที่ 2 ของปีในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ จากที่ได้รับครั้งแรกเมื่อเดือนมกราคมเกือบ 11 ล้านปอนด์

ด้าน เทเลกราฟ รายงานว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการขาย อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าชาวฝรั่งเศสออกจากทีมให้ได้ในซัมเมอร์นี้ เพื่อนำเงินไปสมทบทุนในการเสริมแนวรุก หลังจากที่นักเตะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของเทน ฮาก อีกต่อไป จากฟอร์มการเล่นที่ไม่ดีขึ้น จนถูกปล่อยให้ เซบีย่า ยืมตัวไปใช้งาน ก็ยังเรียกฟอร์มเก่งกลับมาไม่ได้ จนถูกส่งกลับสังกัด โดยเป้าหมายของกุนซือชาวดัตช์ อยู่ที่ คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู จากแอร์เบ ไลป์ซิก, อาร์เนาต์ ดานจูม่า ของบียาร์เรอัล และ แอนโธนี่ จากอาแจ็กซ์

 

Comment