ยังไร้ชัย! อังกฤษ เปิดบ้านเจ๊า อิตาลี 0-0 จมบ๊วยกลุ่มศึกเนชั่นส์ลีก

การแข่งขัน ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ กลุ่ม 3 นัดที่สาม ระหว่าง “สิงโตคำราม” อังกฤษ เปิดบ้านพบกับ “อัซซูรี่” อิตาลี ที่สนาม โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา

เปิดเกมมาเพียงแค่ 2 นาที อิตาลี ได้ลุ้นก่อนเลย มานูเอล โลคาเตลลี่ จ่ายเข้าเขตโทษให้ ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่ สอดมายิงสวนตัว แอรอน แรมส์เดล แต่บอลกลิ้งหลุดเสาซ้ายออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 5 เจ้าถิ่นได้โอกาสทักทายบ้าง แจ็ค กรีลิช ได้บอลริมเส้นก่อนเปิดเข้ากลางให้ เมสัน เมาท์ กดด้วยขวาจากระยะ 20 หลา แต่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า รับเข้าซองได้ไม่มีปัญหา

นาทีที่ 25 ทีมเยือนน่าจะได้ประตูนำแบบสุดๆ มานูเอล โลคาเตลลี่ วางบอลเข้าเขตโทษ โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ ยิงไปเข้าทาง ซานโดร โตนาลี่ ได้ซัดจ่อๆ แต่ แอรอน แรมส์เดล ใช้ขาเซฟไว้ได้

นาทีที่ 45 “สิงโตคำราม” เกือบได้เหมือนกัน เมสัน เมาท์ ทำชิ่งกับ แจ็ค กรีลิช ก่อนปั่นด้วยขวาหน้าเขตโทษบอลตรงตัว ดอนนารุมม่า รับได้ไม่ยาก หมดครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลังนาทีที่ 51 เจ้าบ้านได้ลุ้นอีกหน รีซ เจมส์ เปิดบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ยิงโล่งๆ แต่เจ้าตัวกลับซัดเหินข้ามคานออกไปอย่างเหลือเชื่อ

นาทีที่ 71 “อัซซูรี่” ตอบโต้คืน โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่ เปิดบอลขึ้นหน้าให้ วิลฟรีด กอนโต้ หลุดเข้าไปยิงหนีตัว แอรอน แรมส์เดล แต่มุมแคบเกินไปทำให้เข้าข้างตาข่าย

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเกิดขึ้น จบเกม อังกฤษ เปิดบ้านเสมอกับ อิตาลี 0-0 แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้ม ทำให้ “สิงโตคำราม” รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่มด้วยการมี 2 คะแนน หลังผ่าน 3 เกม

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
อังกฤษ (4-2-3-1) : แอรอน แรมส์เดล, รีซ เจมส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ฟิกาโย่ โทโมริ (มาร์ค เกฮี น.88), คีแรน ทริปเปียร์, เจมส์ วอร์ด เพราส์, เดแคลน ไรซ์ (คัลวิน ฟิลิปป์ น.65), เมสัน เมาท์ (จาร์ร็อด โบเว่น น.66), ราฮีม สเตอร์ลิง (บูกาโย่ ซาก้า น.79), แทมมี่ อับราฮัม (แฮร์รี่ เคน น.65), แจ็ค กรีลิช
อิตาลี (4-3-3) : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า, โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, เฟเดริโก้ กัตติ, ฟรานเชสโก้ อแชร์บี้, เฟเดริโก้ ดิมาร์โก (อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ น.87), ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่, มานูเอล โลคาเตลลี่ (วิลฟรีด กอนโต้ น.64), ซานโดร โตนาลี่, มัตเตโอ เปสซิน่า (ไบรอัน คริสตันเต้ น.87), จานลูก้า สคามัคค่า (จาโคโม่ ราสปาโดรี่ น.76), ลอเรนโซ่ เปเลกรินี (ซัลวาตอเร่ เอสโปซิโต น.64)

Comment