ลึกล้ำยิ่งกว่าความอร่อย : ทำไมนักเตะลาตินจึงพกวัฒนธรรมย่างเนื้อไปทั่วทุกมุมโลก ?

วัฒนกรรมการกินบ่งบอกถึงชีวิต ความเป็นอยู่ และแนวคิดของคนภูมิภาคนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี และที่ประเทศแถบอเมริกาใต้ เรื่องราวชีวิตของพวกเขาถูกบอกเล่าผ่านเมนูง่าย ๆ อย่าง “เนื้อย่าง”

เนื้อย่างนี้เองที่นักเตะลาตินทำให้พวกเขาหายคิดถึงบ้านและครอบครัวเมื่อต้องเดินทางไปที่ไหนไกล ๆ พวกเขาไม่ได้แค่ “ทำและกิน” มันเพื่อให้อิ่มท้อง แต่เนื้อย่างมีความหมายและส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของพวกเขาด้วยอย่างไม่น่าเชื่อ 

นี่คือเรื่องราวของวัฒนธรรมการย่างเนื้อของเหล่าพ่อค้าแข้งจอมพเนจร ติดตามได้ที่ Main Stand

เมนูแห่งความสุข 

สัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาล 2021-22 สโมสร อินเตอร์ มิลาน ที่เต็มไปด้วยนักเตะลาตินอเมริกา อยู่ในช่วงที่กดดันที่สุด พวกเขามีลุ้นแชมป์ 2 รายการ ณ ตอนนั้น หนึ่งคือรอบชิงชนะเลิศ โคปา อิตาเลีย กับ ยูเวนตุส และอีกรายการคือการท้าชิงแชมป์เซเรีย อา แบบนัดต่อนัดกับคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง เอซี มิลาน 


Photo : www.inter.it

ขณะที่การฝึกซ้อมทั้งด้านสมรรถภาพร่างกายและความเข้มข้นของแทคติกเป็นไปอย่างเข้มข้น กลุ่มนักเตะอเมริกาใต้ของทีมได้จัดงานปาร์ตี้บาร์บีคิวในแบบลาตินด้วยการย่างเนื้อบนเตาถ่านง่าย ๆ ไม่ต้องจ้างพ่อครัว กินกันเองย่างกันเองเสิร์ฟกันเอง … และพวกเขาบอกว่าในช่วงเวลาที่ตึงเครียดสุด ๆ เนื้อย่างจำเป็นสำหรับนักเตะลาตินเป็นอย่างมาก ว่ากันว่า “เนื้อย่างเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต” สำหรับพวกเขา 

เรื่องทั้งหมดต้องย้อนกลับไปเหมือนกับการเรียนประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้ เพราะมันเริ่มต้นเมื่อนานมาแล้วตอนที่อเมริกาใต้เป็นดินแดนที่ยากจนและห่างไกลความเจริญ และเป็นที่หมายปองของประเทศมหาอำนาจจากยุโรป นอกจากอาวุธยุทโธปกรณ์ ทหาร และการเมือง ที่ชาติยุโรปนำเข้ามาเพื่อครอบครองอเมริกาใต้แล้ว พวกเขายังนำเอาสิ่งมีชีวิตอีกอย่างมาด้วย นั่นคือ “วัว”

 

การกล่าวอ้างย้อนกลับไปมากกว่า 500 ปี สมัยที่ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ค้นพบทวีปอเมริกา ในช่วงปี 1493 ซึ่งเป็นช่วงของการเดินทางครั้งที่ 2 ของโคลัมบัส เขาได้นำวัวพันธุ์ Criollo จากแคว้นอันดาลูเซีย ประเทศสเปน มายังทวีปอเมริกาเป็นครั้งแรกเพื่อเอามาขยายพันธุ์และทำปศุสัตว์ เพราะแถบอเมริกาทั้งเหนือและใต้นั้นมีพื้นที่กว้าง มีอากาศเหมาะสำหรับการเลี้ยงสัตว์เพื่อบริโภค 

โดยเฉพาะฝั่งทวีปอเมริกาใต้เป็นทวีปที่มีทุ่งหญ้าอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ ทุ่งหญ้ายาโนส ทุ่งหญ้าแคมโปส และทุ่งหญ้ากรันชาโก ส่วนทุ่งหญ้าปามปัสจะอยู่ในเขตประเทศอาร์เจนตินา อุรุกวัย และตอนใต้ของบราซิล 

จากวัวพันธุ์ Criololo ที่ถูกส่งมาเลี้ยงครั้งแรกที่ประเทศสาธารณรัฐโดมินิกันก็ค่อย ๆ ถูกส่งไปยังที่ต่าง ๆ ในทวีปแห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ รู้ตัวอีกทีประเทศแถบอเมริกาใต้ก็พากันทำฟาร์มปศุสัตว์กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะ ณ ตอนนั้นเมล็ดพันธุ์และผลิตภันฑ์จากพืชมีราคาถูกมาก ชาวอเมริกาใต้จึงเอาผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมาเลี้ยงวัวของพวกเขาแทนที่จะเอาไปขาย และหากเกษตรกรคนไหนที่มีวัวเยอะ พวกเขาก็จะได้ลูกวัวเพื่อขยายพันธุ์และขายต่อในทุก ๆ 3 เดือน รายได้ส่วนนี้มีมูลค่ามากกว่าการปลูกถั่วหรือข้าวโพดเป็นอย่างมาก 

แล้วทีนี้มันเกี่ยวกับนักฟุตบอลอเมริกาใต้ตรงไหน ? … อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ว่าชาติอเมริกาใต้ส่วนใหญ่นั้นไม่ได้เป็นประเทศที่ร่ำรวย ประชาชนในประเทศเหล่านี้มีรายได้ต่อหัวไม่มากนัก ที่สำคัญพวกเขายังมีความเหลื่อมล้ำของสังคม รวยกระจุกจนกระจาย และความจนนี่แหละที่เค้นเอาศักยภาพที่ดีที่สุดของเหล่านักเตะในประเทศแถบอเมริกาใต้ออกมา

 

และเมื่อปศุสัตว์คืออาชีพหลักของพวกเขา นักเตะหลายคนเคยผ่านประสบการณ์การทำงานในฟาร์มมาตั้งแต่เด็ก อาทิ หลุยซ์ ดิอาซ นักเตะชาวโคลอมเบียของลิเวอร์พูล, กาเบรียล เชซุส และ ริชาร์ลิซอน 2 นักเตะทีมชาติบราซิลก็เคยรับจ้างทำงานในฟาร์มเลี้ยงวัวเหมือนกัน นี่คือตัวอย่างบางส่วน และเรื่องนี้ก็บอกได้ถึงความหมายของการกินเนื้อย่างของพวกเขา

เพราะเมื่อเนื้อวัวกลายเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับขายหรือส่งออกไปยังยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา คนท้องถิ่นจึงยากที่จะเอื้อมถึงได้เนื่องจากราคาที่ค่อนข้างแพง โอกาสที่พวกเขาจะได้กินเนื้อจึงต้องเป็นโอกาสพิเศษจริง ๆ เท่านั้น และในวันพิเศษ ๆ เช่นวันขอบคุณพระเจ้า คริสต์มาส และปาร์ตี้ฉลองความสำเร็จของครอบครัวล้วนมีความทรงจำที่ไม่รู้ลืม

ซึ่งรสชาติของความสุขนี้เองที่ทำให้ชาวอเมริกาใต้จำได้อย่างแม่นยำว่ามีเนื้อย่างเป็นส่วนหนึ่งในวันแห่งความสุขนั่นเอง 

รวมพลคนไกลบ้าน 

กาเบรียล การ์เซีย มาร์เกซ นักเขียนนิยายและประพันธ์บทละครระดับตำนานของประเทศโคลอมเบีย เคยกล่าวเอาไว้ว่า “หากภาษาของพวกเราเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับอาวุธที่แหลมคมและการต่อต้านทุนนิยมจากอเมริกา ฟุตบอลก็เป็นเหมือนกับอาวุธที่คล้ายคลึงกันที่ทำให้อเมริกาใต้ไม่เคยยอมแพ้ความเจริญของประเทศในยุโรป” 

สิ่งนี้พยายามจะบอกเราว่าแม้จะไม่ได้มีอคาเดมีระดับมาตรฐานอยู่ทั่วทั้งทวีป ไม่มีสนามฟุตบอลดี ๆ ในทุกชุมชน แต่นักเตะจากอเมริกาใต้ที่เติบโตจากชนบท เมืองเล็ก ๆ หรือแม้กระทั่งข้าง ๆ คอกสัตว์เลี้ยง ก็มีลักษณะพิเศษที่นักเตะยุโรปเลียนแบบไม่ได้ และวิธีการเล่นของแข้งอเมริกาใต้อันเป็นเอกลักษณ์เหล่านี้นี่เองที่พาพวกเขาออกไปเขย่าทวีปยุโรปหรือที่อื่น ๆ ทั่วโลกที่มีลีกฟุตบอล 

นักเตะอเมริกาใต้มีเป้าหมายสุดท้ายของการเป็นนักฟุตบอลคือการไปค้าแข้งในยุโรปและประสบความสำเร็จจนเป็นสตาร์ของโลกลูกหนัง และแน่นอนที่สุดคือการได้ผลตอบแทนที่ทำให้พวกเขาและครอบครัวหลุดพ้นจากความยากจน อย่างไรก็ตามกว่าจะไปถึงจุดที่เรียกว่าตัวเอง “ร่ำรวย” นั้นไม่ง่ายเลย 

 

นักเตะอเมริกาใต้ต้องปรับตัวกับวิถีชีวิตในต่างแดน สภาพอากาศที่หนาวเหน็บ อาหารที่รสชาติไม่คุ้นปาก ขณะที่บางคนที่ไปเล่นในประเทศอย่าง อังกฤษ, เยอรมัน หรือ ฝรั่งเศส ก็ต้องไปฝึกเรื่องภาษากันใหม่หมดเพราะนักเตะอเมริกาใต้นั้นต้องทุ่มกับฟุตบอลอย่างเต็มที่จึงอาจจะทำให้พวกเขาขาดเรื่องการศึกษาในวัยเด็กไปพอสมควร 

การออกจากบ้านเกิดในช่วงวัยรุ่นและต้องอยู่ตัวคนเดียวในต่างแดนจึงไม่แปลกเลยที่ความเหงาจะเกาะกินหัวใจ ดังนั้นวิธีที่จะทำให้ตัวเองพอหลีกหนีความเหงาเหล่านั้นไปได้บ้างและทำให้ชีวิตยังคงมีชีวิตชีวาคงหนีไม่พ้นการเจอคนที่คุยภาษาเดียวกัน มาจากวัฒนธรรมคล้าย ๆ กัน พวกเขาสามารถเจอ “คนบ้านเดียวกัน” ได้แบบไม่ยากเย็นนัก เพราะฟุตบอลในยุโรปแทบทุกสโมสรหรือทุก ๆ เมืองย่อมมีนักเตะอเมริกาใต้มาค้าแข้งแทบทั้งนั้น

กิจกรรมที่จะทำให้คนเหล่านี้มารวมตัวกันได้จะมีอะไรดีไปกว่าการย่างเนื้อ ? เมนูง่าย ๆ ที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาดี ๆ ในความทรงจำ อุปกรณ์และวัตถุดิบไม่ต้องมีอะไรมากมายมีแค่เตาถ่านและเนื้อก็สามารถเอ็นจอยกับช่วงมื้ออาหารร่วมกับเพื่อน ๆ ของคุณได้ในทันที ดังนั้นวัฒนธรรมการย่างเนื้อจึงเป็นมื้ออาหารที่แฝงไปด้วยกุศโลบายในการรวมตัวกันของชาวอเมริกาใต้ในต่างแดน เป็นการแลกเปลี่ยนเล่าเรื่องชีวิตในแดนไกล คนที่มาอยู่ก่อนก็แนะนำวิธีการปรับตัวกับแต่ละท้องที่ให้กับเหล่าผู้มาใหม่ 

ไม่ต้องไปไกลถึงยุโรปก็ได้ เอาแค่ตัวอย่างในประเทศไทยบ้านเราก็มีปาร์ตี้เนื้อย่างของแข้งบราซิลเช่นกัน … อย่างที่เรารู้กันนักเตะบราซิลคือนักเตะต่างชาติที่มากที่สุดในระบบฟุตบอลลีกของไทย พวกเขาก็ใช้เนื้อย่างเพื่อรวมตัวกัน ยกตัวอย่างเช่นกลุ่มนักเตะบราซิลที่อยู่แถบกรุงเทพฯ และปริมณฑล มักจะมีปาร์ตี้ย่างเนื้อ โดยมี โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส กุนซือบราซิเลียนมากประสบการณ์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยกว่า 20 ปีเป็นแม่งาน

 

“ก่อนมาประเทศไทย ผมไม่รู้จักอะไรเลย ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศนี้เลย ตอนแรกผมปรับตัวได้ไม่ง่ายเลย ที่นี่กับบราซิล ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย เรื่องอาหาร ภาษา วิถีชีวิต วัฒนธรรม สิ่งรอบตัว คุณต้องเรียนรู้ใหม่หมด”

“ผมมีแนวคิดว่า เวลาคุณออกไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ ไปอาศัยอยู่ในสถานที่ใหม่ คุณต้องลองปรับตัวใช้ชีวิตให้เข้ากับสังคมใหม่ เราต้องรู้จักปรับตัวและเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ ผมมาอยู่ที่เมืองไทยผมจะใช้ชีวิตเหมือนว่าตัวเองอยู่ที่บราซิลไม่ได้” บอร์จีส กล่าวกับ Main Stand ซึ่งประสบการณ์ในเมืองไทยอันยาวนานของเขาทำให้เขาเป็นเหมือนพี่ใหญ่และผู้ให้คำปรึกษาแก่นักเตะบราซิลในลีกประเทศไทยทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่เลยก็ว่าได้ 

เพราะเนื้อย่างคือเมนูที่รวมตัวคนสนิท ไม่ต้องมีพ่อครัวและเด็กเสิร์ฟคอยบริการ บรรยากาศในวงอาหารมื้อนั้นจึงเป็นบรรยากาศที่เป็นกันเอง ทุกคนได้พูดในสิ่งที่อยากพูด ฟังสิ่งที่อยากฟัง เปิดรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ หรือเพลงจากประเทศบ้านเกิดฟัง 

นอกจากนี้เนื้อย่างยังเป็นเมนูที่เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวซึ่งจุดนี้สำคัญไม่แพ้กัน นักเตะอเมริกาใต้บางกลุ่มก็ไม่ได้ย้ายประเทศมาแบบตัวคนเดียว พวกเขายังต้องพาลูกเมียเดินทางข้ามโลกมาด้วย ซึ่งในส่วนลูกเมียนี่แหละที่อาจจะต้องการบรรยากาศแบบนี้มากกว่าเหล่านักเตะลาตินทั้งหลายด้วยซ้ำ

เพราะนักฟุตบอลยังได้ออกไปข้างนอก ออกไปเจอเพื่อนฝูง ได้ใช้เวลาไปกับฟุตบอล แต่ภรรยาและลูก ๆ ของเขาอาจจะต้องใช้เวลาช่วงนั้นอยู่เหงา ๆ ในบ้านเช่าหรืออพาร์ตเมนต์แคบ ๆ ดังนั้นช่วงเวลาการได้ออกไปเจอกับคนบ้านเดียวกัน ได้เจอสมาคมแม่บ้านนักบอล ได้เอาลูกตัวเองไปเล่นกับลูกคนอื่น ๆ จึงเป็นช่วงเวลาที่เหล่าผู้ติดตามนักเตะรอคอยอย่างแท้จริง

เพราะเนื้อย่างไม่ใช่แค่อาหารแต่คือความทรงจำและช่วงเวลา ดังนั้นนักเตะลาตินเหล่านี้จึงขาดเนื้อย่างไม่ได้ แม้กระทั่งในวันที่เขารวยล้นฟ้าจนสามารถซื้อเนื้อเกรดเยี่ยม จ้างเชฟชั้นยอด ซื้อบริการที่แสนสบาย แต่ที่สุดแล้วมันก็ไม่ได้อารมณ์เท่ากับบรรยากาศปาร์ตี้กับคนสนิทที่พูดกันได้แทบทุกเรื่องแน่นอน

DNA นักปาร์ตี้ 

นอกจากเรื่องของประวัติศาสตร์และการไกลบ้านของเหล่านักเตะอเมริกาใต้แล้ว เนื้อย่าง อาจจะมีความหมายง่าย ๆ อีกแบบ ที่ไม่ได้ลึกซึ้งเหมือนสัญลักษณ์ของการได้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้านใด ๆ ทั้งสิ้น มันอาจมีเหตุผลเดียวง่าย ๆ นั่นคือพวกเขาก็แค่อยากสนุกกับช่วงเวลาว่างก็เท่านั้นเอง 

อย่างที่เรารู้กันนักเตะอเมริกาใต้ส่วนใหญ่มีความเป็นตัวเองสูง เรียกง่าย ๆ ว่า “ติสต์” พวกเขาควบคุมยากและมักจะทำในสิ่งที่หัวใจตัวเองเรียกร้อง ซึ่งปาร์ตี้นี่แหละที่ดึงดูดนักเตะเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ตั้งแต่รุ่นเก่าอย่าง โซคราเตส มาจนถึงรุ่นใหม่ ๆ อย่าง โรนัลดินโญ่, เนย์มาร์, โรนัลโด้ นักเตะเหล่านี้มีข่าวกับปาร์ตี้ที่ถลุงเงินหลักแสนปอนด์ในคืนเดียวมาแล้วทั้งนั้น 

“ผมพบว่ายุโรปมีความเป็นระบบทหารมาก ทุกอย่างต้องถูกต้องและเป็นระเบียบ แต่ชีวิตมีอะไรมากกว่าฟุตบอล และบางครั้ง ผมก็ไม่ได้อยากซ้อมแต่อยากไปดื่มกับเพื่อน ไปปาร์ตี้หรือสูบบุหรี่ แต่พวกเขาไม่ชอบอะไรแบบนั้น” โซคราเตส อดีตตำนานชาวบราซิลกล่าว 

เหล่านี้ไม่ใช่ความบังเอิญ เพราะเป็นผลมาจากการมีชีวิตที่ยากจนในวัยเด็กและความขี้เหงาของพวกเขา อีกทั้งสังคมอเมริกาใต้ยังมีลัทธิที่เรียกว่า “บริโภคนิยม” หรือการแสดงให้เห็นถึงทรัพย์สินและความมั่งมีของตัวเอง การจัดปาร์ตี้ จึงเป็นเหมือนการแสดงถึงความร่ำรวยและการมีอิทธิพลในหมู่เพื่อนฝูงในคราวเดียวกัน 

โรนัลโด้ R9 เคยแสดงตัวเป็นพี่ใหญ่สมัยที่เขาเล่นให้กับ โครินเธียนส์ ด้วยการพารุ่นน้องในทีมหนีแคมป์ฝึกซ้อม จ้างเฮลิคอปเตอร์มารับถึงหอพักเพื่อจัดปาร์ตี้เนื้อย่าง เหล้า และสาวสวย ในที่ที่ห่างไกลไปอีก 300 กิโลเมตร แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่นักเตะรุ่นน้องในทีมก็จำเรื่องนี้ฝังใจและยกให้เป็นหนึ่งในปาร์ตี้ที่ดีที่สุดในชีวิตของพวกเขา 

“สนามซ้อมเราอยู่ห่างไกลความเจริญร่วม 300 กิโลเมตร แต่โรนัลโด้บอกว่า ‘ไม่ ฉันไม่อยากจะอยู่ที่นี่’ สิ่งที่เขาทำคือโทรเรียกเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวมารับพวกเรา หลังจากนั้นแค่ 1 ชั่วโมง เครื่องก็ลงจอดบนหลังคาบ้านของเขา” เดเฟเดริโก้ นักเตะโครินเธียนส์คนหนึ่งกล่าว 

“ที่นั่นมีการ์ดส่วนตัว โรนัลโด้ สั่งคนของเขาว่าจะต้องทำอะไรบ้าง สุดท้ายเขาก็ได้เนื้อจำนวนมากที่พอสำหรับคน 60 คนมา ซึ่งเขาเป็นคนลงมือปรุงและย่างเอง แน่นอนว่ารอบ ๆ ของเราคือปาร์ตี้ริมสระน้ำไปแล้ว ทีนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า ‘เอล เฟโนเมโน่'” 

โรนัลโด้ แสดงให้เห็นถึงความเป็นหัวโจก น้อง ๆ ทุกคนประทับใจและหวังว่าเมื่อพวกเขาโตขึ้นพวกเขาอยากจะเป็นพี่ใหญ่ที่เป็นที่รักของทุกคนแบบที่โรนัลโด้เป็น


twitter.com/Inter_en

ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องแปลกใจหรอกที่นักเตะอเมริกาใต้ไปที่ไหน พวกเขาจะเอาวัฒนธรรมการย่างเนื้อติดตัวไปด้วยทุกที่ 

Comment