one season wonder 4 นักเตะเก่งฤดูกาลเดียว

นักฟุตบอลทุกคนมักจะมีช่วงเวลาที่พีคที่สุดของตัวเอง บางคนยาวนานมากกว่า 10 ปี เช่น เมสซี่ และโรนัลโด้ ซึ่งหาได้ยากมาก บางคนก็มีช่วงพีค 3-5 ปี แต่บางคนมีช่วงพีคสั้นเหมือนอายุของยุง นั่นคือแค่ 1 ฤดูกาล ทิ้งไว้แค่ฟอร์มระดับเทพในความทรงจำของแฟนบอลแล้วก็หายหน้าหายตาไปจากวงการ ต่างประเทศจะเรียกนักเตะแบบนี้ว่า “one season wonder ” หรือ นักเตะที่มีฤดูกาลที่มหัศจรรย์แค่ 1 ฤดูกาล

เมื่อพูดถึงหัวข้อนี้คงอดคิดถึงเขาคนนี้ไม่ได้ “มิชู” อดีตกองหน้าของ หงส์ขาว สวอนซี ที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นขึ้นมาในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2012/13 โดยเขากดไปถึง 18 ประตูในลีก แอสซิสต์ไปอีก 3 ครั้ง พาทีมจบอันดับ 9 แถมยังพาทีมคว้าแชมป์คาร์ลิ่ง คัพ ด้วยการล้มยักษ์อย่างลิเวอร์พูล ก่อนจะชนะเชลซีในรอบรองฯ เข้าไปชิงกับเบรนฟอร์ต ก่อนจะชนะไปด้วยสกอร์ 5-0 ได้ของแถมเป็นการเข้าไปเล่นยูโรป้า ลีก ส่วนเจ้าตัวก็ติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่ไปแบบหล่อ ๆ

one season wonder 4 นักเตะเก่งฤดูกาลเดียว

เหมือนกำลังจะเป็นช่วงขาขึ้นสุด ๆ แต่ฤดูกาลถัดมาเราก็ไม่ได้เห็นมิชูคนเดิมอีก เขาลงเล่นไป 17 เกม ยิงได้แค่ 2 ประตู ก่อนจะได้โอกาสย้ายไปทีมใหญ่อย่างนาโปลี แต่ที่นั่นมิชูก็ไม่ได้รับโอกาสมากนัก สุดท้ายก็ย้ายกลับบ้านเกิดสเปนไปเล่นให้กับ เรอัล โอเวียโด ก่อนจะแขวนสตั๊ดในวัย 31 ปีเท่านั้น เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บ

one season wonder 4 นักเตะเก่งฤดูกาลเดียว

โดยภายหลังเพื่อร่วมทีมสวอนซีอย่าง “จอนโจ้ เชลวี่ย์” ได้ออกมาเผยว่า สาเหตุที่มิชูฟอร์มตกคงเป็นเพราะเล่นเกมจนดึกดื่น โดยมิชูใช้เวลานอนวันละเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น ก่อนตื่นเช้ามาซ้อมด้วยสภพาคนง่วงนอนตลอดเวลา

คนต่อมาอาจจะเก่าไปสักหน่อย แต่แฟนบอลคงจำกันได้ชัดเจน “กราฟิเต้” อดีตกองหน้าของโวล์ฟบวก ถ้าถามว่าฟอร์มแรงแค่ไหน ก็แรงขนาดที่พาทีมหมาป่าเมืองเบียร์เข้าวินเป็นแชมป์บุนเดสลีกาในฤดูกาล 2008/2009 โดยยิงไป 28 ประตูในลีก จากการลงเล่นแค่ 25 นัดเท่านั้น แถมยังมีแอสซิสต์อีก 7 ครั้ง คนได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งฤดูกาลของบุนเดสลีกา และตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด เรียกได้ว่าฟอร์มระดับเวิลคลาสเลยทีเดียว แต่ก็เป็นเวิลคลาสเพียงซีซั่นเดียว เพราะปีต่อมาเขายิงไปแค่ 11 ลูกจาก 30 นัดที่ลงเล่น ส่วนซีซั่นถัดมาก็ยิงแค่ 9 ประตูจาก 28 นัด ก่อนจะย้ายพเนจรไปเล่นในตะวันออกกลางให้กับ อัลอาลี , อัลซาร์ด และกลับไปเล่นในบ้านเกิดบราซิล ให้กับซานตาครูสและพานานีสเซ่ตามลำดับ

คนสุดท้ายที่น่าสนใจเป็นนักเตะที่ชื่อเสียงอาจจะไม่ดังมาก แต่ฟอร์ม ณ ขณะนั้นก็ทำให้เขาตกเป็นข่าวกับทีมใหญ่ ๆ ในพรีเมียร์ลีกอยู่หลายทีม นั่นคือ ไซโด เบราฮีโน่ กองหน้าทีมชาติอังกฤษชุดเล็ก ที่ฤดูกาล 2014-15 โชว์ฟอร์มซัด 20 ตุงในทุกรายการให้กับเวสบรอมวิช อัลเบี้ยน จนเตะตาสเปอร์ส ยื่นเงินกว่า 20 ล้านปอนด์ให้เดอะ แบ็คกี้ พิจารณาปล่อยดาวรุ่งวัย 21 ปีออกมา แต่ก็ไม่สามารถเจรจากันได้ เขาผิดหวังอย่างรุนแรง เพราะเขาคิดว่าดีลน่าจะลุล่วงได้ด้วยดี และหวังจะได้ย้ายไปทีมที่ใหญ่ขึ้นเพื่อพัฒนาฝีเท้า

แต่เมื่อไม่เป็นตามหวัง เบราฮีโน่ที่ตอนนั้นยังเด็กก็ได้โพสต์ทวิตเตอร์ว่าไม่อยากทำงานกับ เจเรมี พีซ ซึ่งเป็นประธานสโมสรของเวสบรอมอีกต่อไป นั่นทำให้แฟนบอลตามรุมกระหน่ำใส่โซเชียลมีเดียของเขา แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ยังได้รับสัญญาฉบับใหม่จากสโมสร แต่ก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มเดิม ๆ กลับมาได้อีก ก่อนที่จะถูกขายไปให้สโต๊ค ซิตี้ในปี 2017แล้วก็ไม่มีอะไรน่าจดจำ เปลี่ยนจากอนาคตทีมชาติอังกฤษก็กลายเป็นนักเตะธรรมดาคนหนึ่ง ที่เคยมีช่วงเวลาดี ๆ ช่วงหนึ่งเท่านั้น

Comment